ประยุกต์ใช้ โพสล่าสุด โพสสำคัญ เครื่องมือ สมาชิก สถิติฟอรั่ม ธนาคาร
  • 4755เข้าชม
  • 0ตอบกลับ

กฎ ก.ตร. ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริง พ.ศ.๒๕๔๗

 
กฎ ก.ตร. ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริง พ.ศ.๒๕๔๗

อาศัยอำนาจตาม.................พรบ.ตำรวจแห่งชาติ / มติ ก.ตร.ในการประชุมครั้งที่ ๕/๒๕๔๗
( ๒๑ เม.ย.๒๕๔๗ ) / มติ อนุกรรมการ ก.ตร. เกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัย ในการประชุมครั้งที่ ๑๐ / ๒๕๔๗ ( ๓ มิ.ย. ๒๕๔๗ )
ใช้บังคับตั้งแต่....................วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ให้ไว้ ณ วันที่...................... ๒๘ ตุลาคม ๒๕๔๗
ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ.................๑๔ ธันวาคม ๒๕๔๗
วันบังคับใช้........................ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๔๗
เมื่อมีการกล่าวหา / กรณีเป็นที่สงสัย ว่า ตร.ผู้ใดกระทำผิดวินัย หากผู้บังคับบัญชาได้พิจารณาในเบื้องต้นแล้วเห็นว่า ไม่มีมูล / มีพยานหลักฐานฟังได้ว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง / มีมูลเพียงพอที่จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง.................ให้ผู้บังคับบัญชามีอำนาจพิจารณาสั่งการไปภายในอำนาจโดยไม่ต้องสืบสวนข้อเท็จจริง แต่ถ้าจะต้องสืบสวนข้อเท็จจริงก็ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการสืบสวนข้อเท็จจริงที่กำหนดในกฎ ก.ตร.
การสืบสวนข้อเท็จจริงหมายถึง...............การแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐานที่ผู้มีหน้าที่สืบสวนข้อเท็จจริงได้ปฏิบัติไปตามอำนาจและหน้าที่ เพื่อที่จะทราบรายละเอียดแห่งพฤติการณ์และการกระทำนั้น ว่าเกิดขึ้นจากการกระทำของ ตร.ผู้ใด หรือ ตร.ผู้ซึ่งมีเหตุอันสมควรสงสัยหรือถูกร้องเรียน หรือถูกกล่าวโทษว่า ได้กระทำผิดวินัยหรือไม่ประการใด
( แสวงหา -- เพื่อทราบ )
กรณีที่ควรทำการสืบสวนข้อเท็จจริงได้แก่..............
(๑) ผู้บังคับบัญชามีเหตุอันควรสงสัย ว่า ตร.ในบังคับบัญชาผู้ใดกระทำผิดวินัย
(๒) มีผู้ร้องเรียนกล่าวหา ว่า ตร.ในบังคับบัญชาผู้ใดกระทำผิดวินัย โดยได้แจ้งชื่อ และ ที่อยู่ เป็นที่แน่นอน พร้อมทั้งได้ระบุพฤติการณ์แห่งกรณีที่กล่าวหา ว่า ตร. กระทำผิดวินัย
(๓) ส่วนราชการอื่น หรือหน่วยงานอื่นแจ้งมา ว่า ตร.ในบังคับบัญชาผู้ใดกระทำผิดวินัย หรือสงสัยว่ากระทำผิดวินัย
(๔) มีบัตรสนเท่ห์กล่าวโทษ ตร.ในบังคับบัญชาผู้ใดกระทำผิดวินัย ( ตามปกติ การร้องเรียนกล่าวโทษ ตร.ในลักษณะบัตรสนเท่ห์ ห้ามมิให้รับฟัง เว้นแต่ ระบุข้อเท็จจริง พยานหลักฐานแวดล้อม และหรือระบุพยานบุคคล พยานวัตถุ พยานเอกสาร ชี้แนะแนวทางเพียงพอที่จะดำเนินการสืบสวนได้ )
(๕) กรณีปรากฏเป็นข่าวในสื่อสารมวลชนใด ๆ (คล้าย บัตรสนเท่ห์)
(๖) กรณีอื่นๆ ที่ผู้บังคับบัญชา หรือจเรตำรวจเห็นควรให้มีการสืบสวนข้อเท็จจริง

สูตร ; มีผู้บังคับ - จับกล่าวหา - ว่าราชการอื่น - ยื่นบัตรสนเท่ห์ - เก๋เป็นข่าวในสื่อมวลชน - จนจเรเห็นควร

เมื่อมีกรณีที่ควรมีการสืบสวนข้อเท็จจริงเกิดขึ้น..........ให้ผู้บังคับบัญชาตั้งแต่ระดับ สารวัตร หรือเทียบเท่าขึ้นไป หรือ จเรตำรวจ ดำเนินการสืบสวนด้วยตัวเอง หรือจะแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวน หรือจะสั่งผู้หนึ่งผู้ใดทำการสืบสวน หรืออาจส่งประเด็นไปให้เจ้าพนักงานอื่นช่วยสืบสวนก็ได้
กรณีที่ สตช.ได้รับเรื่องร้องเรียนกล่าวหา หรือกล่าวโทษ หรือมีเหตุอันควรสงสัย.......โดยปกติให้ส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัด ของ ตร.ผู้นั้นพิจารณาดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริง
เว้นแต่เรื่องที่ร้องเรียนกล่าวหาหรือกล่าวโทษหรือสงสัยนั้น............
(๑) เป็นเรื่องสำคัญหรือเป็นที่สนใจของประชาชน
( ๒) เป็นกรณีที่ทุจริตเกี่ยวกับเงินจำนวนมาก
ให้อยู่ในดุลพินิจของ สตช. ที่จะสั่งให้สำนักงานจเรตำรวจ หรือส่วนราชการใด หรือผู้ใดดำเนินการสืบสวนก็ได้
ผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวน / ผู้สั่งให้สืบสวน (ยกเว้น นายกรัฐมนตรี) และคณะกรรมการสืบสวน ต้องไม่เป็นบุคคลดังต่อไปนี้..........................
(๑) รู้เห็นเหตุการณ์ในเรื่องที่สืบสวน
(๒) มีส่วนได้เสียในเรื่องที่สืบสวน
(๓) มีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้ถูกสืบสวน
(๔) เป็นผู้ร้องเรียนกล่าวหา / เป็นคู่สมรส / บุพการี / ผู้สืบสันดาน / พี่น้องร่วมบิดามารดา / ร่วมบิดา / ร่วมมารดา กับผู้ร้องเรียน (เรื่องตัวเองและพี่น้อง)
(๕) มีเหตุอย่างอื่นซึ่งน่าเชื่ออย่างยิ่งว่าจะทำให้การสืบสวนเสียความเป็นธรรม

สูตร ; รู้เห็นเหตุการณ์ – ผ่านเรื่องได้เสีย – เชียร์ให้โกรธเคือง – เรื่องตัวเองและพี่น้อง – ร้องหาเหตุอย่างอื่น

กรณีรู้เห็นเหตุการณ์ให้ใช้บังคับกับผู้สั่งแต่งตั้ง / ผู้สั่งให้สืบสวนเฉพาะ..........ที่ผู้นั้นรู้เห็นเหตุการณ์ในลักษณะมีส่วนร่วมในการกระทำความผิด
ประธานกรรมการ / ผู้สืบสวน ต้องมีตำแหน่งและยศ.............ไม่ต่ำกว่าผู้ถูกกล่าวหา
ถ้าเป็นราชการบริหารส่วนกลาง ประธานกรรมการ / ผู้ทำการสืบสวน...........ต้องมียศไม่ต่ำกว่า พ.ต.ต.
ถ้าเป็นราชการส่วนภูมิภาค ประธานกรรมการ / ผู้ทำการสืบสวน..............ต้องมียศไม่ต่ำกว่า ร.ต.อ.
การตั้งคณะกรรมการสืบสวนให้มีคณะกรรมการซึ่งเป็นข้าราชการประจำ............อย่างน้อย ๓ คน
คณะกรรมการสืบสวนต้องประกอบด้วยข้าราชการตำรวจ.............อย่างน้องกึ่งหนึ่ง โดยมีเลขานุการคนหนึ่ง เลขานุการอาจจะแต่งตั้งจากกรรมการสืบสวนคนใดคนหนึ่งก็ได้ ในกรณีจำเป็นจะให้มีผู้ช่วยเลขานุการก็ได้
ให้ผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือผู้สั่งให้สืบสวน..............
(๑) แจ้งคำสั่งให้ที่ถูกกล่าวหาทราบโดยเร็ว โดยให้ผู้ถูกกล่าวหาลงลายมือชื่อรับทราบไว้เป็นหลักฐาน
และให้มอบสำเนาคำสั่งให้ผู้ถูกกล่าวหาหนึ่งฉบับด้วย
(๒) ส่งสำเนาคำสั่งให้คณะกรรมการสืบสวนทราบ ส่วนประธานกรรมการ หรือผู้สืบสวนให้ส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่กล่าวหาไปให้ด้วย
ในกรณีที่ไม่อาจแจ้งคำสั่งให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบได้ หรือผู้ถูกกล่าวหาไม่ยอมรับทราบคำสั่ง...........ให้ส่งสำเนาคำสั่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปให้ผู้ถูกกล่าวหา ตามที่อยู่ที่ปรากฎตามหลักฐานทางราชการ เมื่อล่วงพ้น ๑๕ วันนับแต่วันส่งสำเนาคำสั่งแล้ว ให้ถือว่าผู้ถูกล่าวหาได้รับทราบคำสั่งแต่งตั้ง คณะกรรมการสืบสวนหรือคำสั่งให้สืบสวนแล้ว

คณะกรรมการสืบสวน / ผู้สืบสวนมีหน้าที่..............
(๑) สืบสวนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่กำหนดในกฎ ก.ตร. เพื่อแสวงหาความจริงในเรื่องที่กล่าวหา และดูแลให้บังเกิดความยุติธรรมตลอดการสืบสวน
(๒) รวบรวมประวัติของผู้ถูกกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่กล่าวหาเท่าที่จำเป็น เพื่อประกอบการพิจารณา
(๓) จัดทำบันทึกการปฏิบัติงานที่มีการสืบสวนไว้ทุกครั้ง
(๔) ห้ามมิให้บุคคลอื่นเข้าร่วมทำการสืบสวน

สูตร ; สืบสวนตามหลักเกณฑ์ – เถรรวบรวมประวัติ – จัดทำบันทึกการปฏิบัติ – บอกปัดบุคคลอื่น

การประชุมของคณะกรรมการสืบสวน.............ต้องมีกรรมการสืบสวนมาประชุมไม่น้อยกว่า ๓ คน และไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการสืบสวนทั้งหมด
คณะกรรมการสืบสวน / ผู้สืบสวน ต้องดำเนินการตามระยะเวลา ดังนี้..............
(๑) สืบสวนให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ต้องไม่เกิน................ ๖๐ วัน
หากครบกำหนด ๖๐ วันยังไม่แล้วเสร็จ ให้ขออนุมัติขยายเวลาต่อผู้สั่ง ให้ผู้สั่งพิจารณาอนุมัติให้ตามความจำเป็นทั้งนี้ห้ามมิให้ขยายระยะเวลาเกิน............. ๖๐ วัน
หากมีความจำเป็นจะขยายระยะเวลาเกิน ๖๐ วัน.................ให้เสนอขออนุมัติต่อผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือถัดขึ้นไปอีก หนึ่งชั้น
(๒) ในการสืบสวนเพิ่มเติม ให้ดำเนินการสืบสวนให้แล้วเสร็จภายใน............... ๓๐ วัน
หากครบกำหนด ๓๐ วัน ยังไม่แล้วเสร็จ ให้ขออนุมัติขยายเวลาต่อผู้สั่ง ให้ผู้สั่งพิจารณาอนุมัติให้ตามความจำเป็นทั้งนี้ห้ามมิให้ขยายระยะเวลาเกิน................... ๓๐ วัน
หากมีความจำเป็นจะขยายระยะเวลาเกิน ๓๐ วัน.................ให้เสนอขออนุมัติต่อผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือถัดขึ้นไปอีก หนึ่งชั้น

สูตร ; ระยะเวลาสืบ ๖๐ / ๖๐ เกิน ๖๐ หนึ่งชั้น --- เพิ่ม ๓๐ / ๓๐ เกิน ๓๐ หนึ่งชั้น

การสอบปากคำผู้ถูกกล่าวหาและพยานของคณะกรรมการสืบสวนต้องมีกรรมการสืบสวน......ไม่น้อยกว่า ๒ คน จึงจะสืบสวนได้
ห้ามมิให้คณะกรรมการสืบสวน / ผู้สืบสวนกระทำการ........ล่อลวง ขู่เข็ญ ให้สัญญา หรือกระทำการใด เพื่อจูงใจให้บุคคลนั้นให้ถ้อยคำอย่างใดๆ
ผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิ................
(๑) คัดค้าน ผู้สั่งแต่งตั้งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวน / ผู้สั่งสืบสวน และกรรมการสืบสวน / ผู้สืบสวน การพิจารณาคำคัดค้าน ให้พิจารณาสั่งการไม่เกิน............๓๐ วันนับแต่รับหนังสือคัดค้าน
(๒) มีสิทธิที่จะได้รับแจ้งเรื่องที่ถูกกล่าวหา
(๓) มีสิทธิที่จะนำทนายความหรือที่ปรึกษาของตนจำนวนไม่เกิน ๑ คน เข้าร่วมฟังการสอบปากคำ

สนใจแนวข้อสอบติดต่อที่  081-0477807
รายละเอียดไฟล์แนบ
กล่องตอบกลับด่วน

คุณไม่มีสิทธิ์ใช้งานส่วนนี้, กรุณาเข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
กรุณาใช้ข้อความที่สุภาพ คุณสามารถบันทึกฉบับร่างได้